The Big Data Takedown : ลบตัวตนบนโลกเสมือน ช่วยโลกได้!

bigdatatakedown

ช่วงนี้กระแส Big data มาแรงจนอดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้

ถ้าจะพูดให้ง่ายที่สุด Big Data ก็คือข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เราร่วมกันสร้างขึ้นในโลกเสมือน ตัวอย่างเช่น การค้นหาบางอย่างใน Google การซื้อของออนไลน์ใน Lazada การส่งรูปสวัสดีวันจันทร์ใน Line การโอนเงินที่ตู้ ATM การติ๊ดบัตร Rabbit ที่รถไฟฟ้า และกิจกรรมต่างๆนาๆที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา

 

ซึ่งความสำคัญมันอยู่ตรงที่ว่าถ้าเค้าเก็บข้อมูลได้มากพอ เค้าก็จะมองเห็นว่ามนุษย์ตอนนี้คิดและแสดงพฤติกรรมยังไง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกนำไปใช้เพื่อการวางแผนให้ตอบรับกับวิกฤตและโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือพูดให้ง่ายๆก็คือข้อมูลที่เกิดขึ้นมันสามารถบอกสถานการณ์โลกในปัจจุบันและทำนายอนาคตได้เลยนะ ซึ่งมันก็เป็นโอกาสสำคัญของห้างร้านที่อยากจะธุรกิจของตัวเอง หรือแม้กระทั่งภาครัฐก็อาจนำข้อมูลเพื่อมาวางแผนเรื่องเมืองในอนาคต
และอีกหลายๆภาคส่วนในสังคมที่เห็นประโยชน์ของข้อมูล มันก็อยู่ที่ว่าฐานข้อมูลนั้นนั้นเป็นของใคร และข้อมูลเหล่านั้นถูกจัดการได้ดีขนาดไหน ถ้ามีข้อมูลที่มากพอและจัดการได้เป็นอย่างดี ก็จะถือครองความได้เปรียบได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

มาเรื่องใกล้ตัวกันบ้าง ผมเชื่อว่าคนที่กำลังอ่านเรื่องนี้อยู่อย่างน้อยคงต้องเล่น Facebook แหละ หรือไม่ก็ Social Media ซักอัน ทุกกระบวนการตั้งแต่เราสมัคร ล็อกอิน อัพโหลดรูป คอมเมนท์เพื่อน แชร์วิดีโอและบทความ จะถูกเจ้าของแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลไว้หมด เค้าจะรู้ว่าคนไทยนิสัยการเล่น Social media เป็นยังไง จะขายของตอนไหนให้ Effective ที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เจ้าของแพลตฟอร์มเองก็ต้องปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้ใช้และผู้ที่เป็นลูกค้าอยู่เสมอ

มีกูรูสตาร์ทอัพในเมืองไทยท่านหนึ่งกล่าวไว้ว่า การจะสร้างนวัตกรรม แอพลิเคชั่น เว็บ หรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อมาแข่งขันกับสิ่งที่มีอยู่เดิม คุณจะต้องดีกว่าของเก่าอย่างน้อย 10 เท่า ดีกว่าหมายถึงของคุณต้องถูกกว่า 10 เท่า หรือเร็วกว่า 10 เท่า หรือสนุกกว่า 10 เท่า อะไรก็ได้ที่ดีกว่า ต้อง 10 เท่า ถึงจะเกิด

ลองสำรวจตัวเองดูก็ได้ ว่าวันนึงเราใช้แอพมากสุดกี่แอพ มีโอกาสให้ผู้เล่นใหม่มากน้อยขนาดไหน ถ้าไม่เจ๋งจริงก็บายจ้าาา

แต่บางครั้งมันก็มีนะ ที่แพลตฟอร์มเล็กๆเริ่มเบียดแพลตฟอร์มใหญ่จนตายไปในที่สุด เพราะจัดการข้อมูลไม่ดี พอจัดการข้อมูลไม่ดีก็ไม่รู้ความต้องการของผู้ใช้ มันก็เลยดิ่งลงไปเรื่อยๆ

ลองนึกถึงสมัยที่เล่น Hi5 ก็ได้นะ ตอนนั้นใส่ Code เปลี่ยน background เปลี่ยนให้มีสะเก็ดดาวฟรุ้งฟริ้ง โอ้วพระเจ้ายอด มันจอร์จมาก อาจจะเป็นยุคสมัยแรกที่ผู้คนเท่าเทียมกันในการเรียนรู้เรื่อง CSS Coding ก็เป็นได้ แต่ก็นั่นแหละ แม่งตายไปแล้ว คนไทยไม่เล่นแล้ว ก็จำไม่ได้เหมือนกันนะว่าคนไทยเลิกเล่นเพราะอะไร แต่เอาเป็นว่าแม่งตายแล้วก็แล้วกัน คือจะบอกว่า ยักษ์ก็ตายได้ถ้าไม่ปรับตัว

อ้อมโลกมานาน เข้าประเด็นกันเถอะ!

คำถามคือ “Social Media” ที่เราไม่เล่นแล้ว แต่ยังมีข้อมูลเก่าๆอยู่ เค้าจะจัดการยังไงกับมัน?

คงคล้ายกับเวลามีแฟนมั้ง กับคนเก่ามันมีความทรงจำเกิดขึ้นมากมาย เล่าเรื่องราวให้เค้าฟังทุกๆวัน จนกระทั่งวันนึงเจอคนใหม่ที่หล่อกว่าาสวยกว่า ฉลาดกว่า ตอบโจทย์มากกว่า เราก็พุ่งไปหาเค้า ไอ้คนเก่าก็เหลือไว้เพียงความทรงจำสีจางๆ ไม่จำเป็นก็คงไม่ข้องแวะกันอีก

คำถามคือ จะจัดการใจกันยังไงล่ะพี่น้องครับ บางคนอาจจะเลือกจดจำสิ่งที่ดี ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและมองว่ามันเป็นเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในการเดินทางของชีวิต แต่บางคนแม่งหักดิบเว้ยย ตัดทุกช่องทางการสื่อสาร ล็อคบ้านไม่ให้เข้า ในใจพร่ำบอกว่า ออกไปสิ! ออกไปสิ! ชั้นจะลืมเธอให้ได้นะ

แคมเปญที่จะชวนมาดูวันนี้เป็นสไตล์หักดิบนะ แต่เป็นหักดิบแบบไม่อีโมอะแกร

คืออาจจะมีบางคนมองว่าเล่น Facebook นี่มันไม่ต้องจ่ายตังนี่หว่า Twitter เอย IG เอย เล่นฟรีทั้งนั้น แต่จะบอกว่าเจ้าของ Social Media เค้าก็มีต้นทุนนะ เพราะเค้าต้องแบกรับภาระในการ Maintenance ระบบฐานข้อมูลของทุกๆคนที่ใช้ของเค้า และก็มีทีมพัฒนาบริการของเค้าให้เลิศๆยิ่งขึ้นไปอีก (ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เค้าต้องเก็บข้อมูลเราไปใช้ประโยชน์ นั่นวิธีการหาเงินของเค้า)

คือถ้ายังใช้ Facebook กันอยู่ทุกวันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่ถ้าเกิดเลิกเล่นไปซักปีนึง และไม่เห็นแนวโน้มว่าจะกลับมาเล่นอีก ก็เท่ากับว่า Facebook ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรา สู้ลบข้อมูลของเราเพื่อเปิดโอกาสให้คนอื่นไม่ดีกว่าหรือ

bigdatatakedown2

นอกจากในเชิงต้นทุนที่เป็นตัวเงินแล้ว การรักษาระบบฐานข้อมูลเหล่านี้ใช้พลังงานไฟฟ้า 3 หมื่นล้านเมกะวัตต์ต่อปี (เทียบเท่ากับการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถึง 30 โรง) กว่าจะได้ไฟฟ้ามาต้องแลกด้วยการผลิตคาร์บอนมหาศาลและยังสร้างมลพิษอีกด้วย

เค้าก็เลยบอกว่า “อันไหนไม่ใช้ ลบเหอะมึง”

bigdatatakedown3

แคมเปญ The Big Data Takedown ก็เลยเกิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้เราจัดการลบของเก่าได้ง่ายขึ้น ให้เราอยู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น

คอนเซปต์เคลียร์มาก เราลองเข้าไปเล่นแล้ว แต่ก็ติดปัญหาตรงที่มันยังเคลียร์ไม่ได้ตามที่วิดีโออ้างไว้ครัช เพราะบางทีเราก็เปลี่ยนอีเมล์ไปเรื่อย แต่อย่างน้อยมันก็ชี้ให้เห็นว่าตัวตนบนออนไลน์ของเราสร้างภาระให้กับโลกนี้มากขนาดไหน และเราจะจัดการกับมันได้ยังไงบ้าง

ว่าแล้วก็ลองเข้าไปเล่นกันครัช ว่างๆถ้ายังจำ Password ของ Social Media ที่เราไม่เล่นแล้วกันได้ ก็ฝากไปลบกันด้วยนะครัช ถือว่าเป็นก้าวเล็กๆที่เราพอจะทำได้ให้กับโลกนี้ครัช

เว็บนี้ : http://bigdatatakedown.com/

bigdatatakedown4

bigdatatakedown5

Project by Action Earth

Agency: Grey Latam

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s